Showing posts with label Life Content. Show all posts
Showing posts with label Life Content. Show all posts

Saturday, 6 September 2008

การเปลี่ยนหรือคืน สินค้าทำได้แค่ไหน ( นักช็อปควรรู้ )

การเปลี่ยนหรือคืน สินค้าทำได้แค่ไหน ( นักช็อปควรรู้ )

เมื่อเดือนกันยายน 2005 ที่ผ่านมาบรรดาห้างสรรพสินค้าและดิสเคาน์สโตร์ รวมถึงคอนวีเนียนสโตร์หรือร้านสะดวกซื้อได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือกำหนดมาตรฐานการรับประกัน คุณภาพสินค้าและบริการร่วมกับกรมการค้าภายในเพื่อเป็นการยืนยันว่า สินค้าที่มีการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าได้มาตรฐานและรับประกันคุณภาพของสินค้า ซึ่งรายละเอียดการรับประกันสินค้าของแต่ละห้างเป็นอย่างไร เชิญตรวจสอบกันได้ในบทความนี้เลยนะคะ

ไม่พอใจสินค้า เรายินดีคืนเงิน นักช้อปโดยทั่วไปมักเข้าใจว่าการเปลี่ยนหรือคืนสินค้านั้นจะทำได้เฉพาะ กับสินค้าที่ชำรุดบกพร่องหรือผลิตมาไม่ได้มาตรฐานเท่านั้น แต่ความจริงแล้วการเปลี่ยนหรือคืนสินค้านั้นทำได้แม้กระทั่งสินค้านั้นไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด เพียงแค่คุณไม่ชอบใจมันเอาดื้อๆ คุณก็สามารถเปลี่ยนหรือเอาเงินคืนได้ ในห้างสรรพสินค้าบางแห่งคุณอาจจะเคยเห็นป้ายแบบนี้บ้างแล้ว " ไม่พอใจสินค้า เรายินดีคืนเงิน " ซึ่งหมายความว่า สำหรับสินค้าที่คุณจ่ายเงินซื้อนำกลับไปถึงบ้านแล้ว แม้ว่าตัวสินค้ามันจะไม่มีความผิดอะไร ไม่มีความเสียหายชำรุดบกพร่อง เพียงแต่แค่คุณเกิดความรู้สึกไม่พอใจสีสันหรือรูปทรงของสินค้า ( แม้ว่าตอนที่อยู่ในห้างคุณจะรู้สึกพอใจเอามากๆก็ตาม ) คุณมีสิทธิ์ขอคืนสินค้าเปลี่ยนเป็นเงินคืนได้
แล้วคุณเคยลองพิสูจน์ข้อความเช่นว่านั้นหรือไม่ว่าทำได้จริงหรือเปล่า วารสารฉลาดซื้อได้ทดลองส่งอาสาสมัครไปซื้อสินค้าราคาปกติตามร้านค้าที่อยู่ในความรับผิดชอบของห้างสรรพสินค้าและดิสเคาน์โตร์ทั้งหมด 7 แห่ง เป็นห้างสรรพสินค้า 4 แห่ง คือ

1. ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว

2. ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน

3. ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง สาขาธนบุรี

4. ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขารัชดาภิเษก



และเป็นดิสเคาน์สโตร์ 3 แห่ง คือ

1. คาร์ฟูร์ สาขาบางปะกอก

2. บิ๊กซี สาขาสุขสวัสดิ์ และ

3. เทสโก โลตัส สาขางามวงศ์วาน



โดยมีเงื่อนไขให้กับอาสาสมัครว่าให้ซื้อสินค้าที่ขายในราคาปกติ ขายโดยร้านหรือบูธที่เป็นส่วนของห้างสรรพสินค้า ( ไม่ใช่ร้านที่เข้ามาเช่าพื้นที่ ) และเมื่อซื้อสินค้ามาแล้ว 1-2 วันให้นำสินค้าไปคืน โดยขอคืนเงินที่จ่ายไปทั้งหมดไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนสินค้าแทน โดยมีข้ออ้างว่าไม่พอใจสินค้าด้วยสาเหตุที่ไม่ใช่ความชำรุดบกพร่องของตัว สินค้า เช่น ไม่ชอบสีสันหรือรูปทรงที่เลือกไป เป็นต้น

ผลการสำรวจมาตรการการรับเปลี่ยนหรือคืนสินค้าเพื่อความพอใจของลูกค้าผลที่ได้คือ ดิสเคาน์สโตร์ทั้ง 3 แห่ง ยอมคืนเงินให้กับลูกค้า โดยคาร์ฟูร์และบิ๊กซีขอจดชื่อที่อยู่ของลูกค้าไว้ ในขณะที่ เทสโก โลตัส ยอมคืนเงินให้โดยไม่มีการจดข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าแต่อย่างใด

สำหรับกลุ่มห้างสรรพสินค้าพบว่า



* ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง

เมื่ออาสาสมัครขอคืนสินค้ากับพนักงานขาย พนักงานขาย ไม่ยอมให้คืนสินค้าแต่เสนอให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าอื่นเปลี่ยนแทน แต่เมื่อลูกค้ายังยืนยันต้องการคืนสินค้าเหมือนเดิม พนักงานขายก็ยังไม่ยอมคืนให้ ท้ายที่สุดอาสาสมัครได้ไปติดต่อที่จุดบริการลูกค้าของห้างสรรพสินค้าจึงได้รับเงินคืน



* ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน

เมื่ออาสาสมัครขอคืนสินค้า พนักงานขายเสนอให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าอื่นเปลี่ยนแทน แต่เมื่อลูกค้ายืนยันขอคืนเงินเหมือนเดิมพนักงานขายบอกให้ไปติดต่อที่แคชเชียร์ของแผนกสินค้านั้น ซึ่งทางแคชเชียร์แจ้งว่าไม่สามารถคืนเป็นเงินได้ ( ทั้งๆ ที่มีป้ายเขียนไว้ว่า รับประกันความพอใจ เปลี่ยนคืนสินค้าสำเร็จได้ภายใน 5-10 นาที แสดงไว้อย่างชัดเจนที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ ) และได้ออกเป็นใบคูปองใช้แลกซื้อสินค้าในห้างแทนมีอายุ 30 วัน จนท้ายที่สุดฉลาดซื้อต้องโทรไปแจ้งว่าเรากำลังทดสอบมาตรการการรับเปลี่ยนหรือคืนสินค้าของห้างกับผู้บริหารระดับสูง ทางห้างจึงคืนเงินให้ พร้อมกับคำขออภัยและแจ้งว่าจะมีมาตรการลงโทษกับการประพฤติตัวที่ไม่เหมาะสม ของพนักงาน แคชเชียร์และพนักงานขาย



* ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์

เมื่ออาสาสมัครขอคืนสินค้า พนักงานขายเสนอให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าอื่นเปลี่ยนแทน แต่เมื่อลูกค้ายืนยันขอคืนเงินเหมือนเดิมพนักงานขายและแคชเชียร์ปฏิเสธ ซึ่งทางแคชเชียร์แจ้งว่าไม่สามารถคืนเป็นเงินได้และได้ออกเป็นใบคูปองใช้แลกซื้อสินค้าในห้างแทน แต่มีระยะเวลาเพียง 1 วันเท่านั้น จนท้ายที่สุดฉลาดซื้อต้องโทรไปแจ้งว่าห้างกำลังถูกทดสอบมาตรการการรับเปลี่ยนหรือคืนสินค้า กับผู้บริหารระดับสูง ทางห้างจึงคืนเงินให้ พร้อมกับคำขออภัยและแจ้งว่าจะมีมาตรการลง โทษกับการประพฤติตัวที่ไม่เหมาะสมของพนักงานขาย



* ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล

เมื่ออาสาสมัครขอคืนสินค้า พนักงานขายเสนอให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าอื่นเปลี่ยนแทน แต่เมื่อลูกค้ายืนยันขอคืนเงินเหมือนเดิมพนักงานขายบอกให้ไปติดต่อที่แคชเชียร์ของแผนกสินค้านั้น ซึ่งทางแคชเชียร์แจ้งว่าไม่สามารถให้คืนเป็นเงินได้ จนท้ายที่สุดฉลาดซื้อต้องโทรไปแจ้งว่าเรากำลังทดสอบมาตรการการรับเปลี่ยนหรือคืนสินค้าของห้างกับผู้บริหารระดับสูง ทางห้างจึงคืนเงินให้ พร้อมกับคำขออภัยและแจ้งว่าจะมีมาตรการลงโทษกับการประพฤติตัวที่ไม่เหมาะสมของพนักงานขาย และแจ้งว่าหากลูกค้าต้องการเปลี่ยนหรือคืนสินค้าให้ไปติดต่อที่จุดบริการลูกค้า ( ซึ่งอยู่ที่ชั้นสอง คนละชั้นกับจุดที่มีปัญหา ) จะดีที่สุด



จะเห็นได้ว่าแม้จะมีข้อตกลงดังกล่าว ( ซึ่งตามจริงหลายๆ ห้างก็มีข้อตกลงการเปลี่ยนหรือคืนสินค้ามาก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้ว ) แต่ในทางปฏิบัติคุณอาจพบปัญหาได้ โดยเฉพาะกับพนักงานขายของห้างสรรพสินค้าที่สนใจเปอร์เซ็นต์ยอดขายมากกว่าหัวใจในการบริการลูกค้า ไม่สนใจที่จะคืนเงินให้กับลูกค้า ทั้งๆ ที่ลูกค้าได้แสดงเจตน์จำนงค์อย่างชัดเจนแล้ว ซึ่งหากผู้บริหารของกลุ่มห้างสรรพสินค้าไม่มีการปรับตัว เช่น ไม่มีการเข้มงวดกวดขันอบรมพนักงานขายที่ดีพอหรือไม่มีจุดบริการลูกค้าที่เห็นเด่นชัดทุกชั้น ทุกแผนก ก็อาจกลายเป็นจุดอ่อนของห้างสรรพสินค้าที่ทำให้ลูกค้าเข็ดขยาดจนต้องหันไปใช้บริการกับกลุ่มดิสเคาน์โตร์ใหญ่ๆ ได้ง่าย สำหรับผู้บริโภคที่มีปัญหาในการขอเปลี่ยนหรือขอคืนสินค้าให้ติดต่อกับฝ่ายประชาสัมพันธ์หรือผู้บริหารระดับสูงของห้างทันที



กรณีสินค้าชำรุดบกพร่องเปลี่ยนหรือคืนได้เพียงแค่วันที่ห้างกำหนดจริงหรือ ?



ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม . 472 ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดีประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด ความที่กล่าวมาในมาตรานี้ย่อมใช้ได้ทั้งที่ผู้ขายรู้อยู่แล้วหรือไม่รู้ว่าความชำรุดบกพร่องนั้นมีอยู่ ม .473 ผู้ขายย่อมไม่ต้องรับผิดในกรณีดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ



(1) ถ้าผู้ซื้อได้รู้อยู่แล้วแต่ในเวลาซื้อขายว่ามีความชำรุดบกพร่องหรือควรจะได้รู้ เช่นนั้นหากได้ใช้ความระมัดระวังอันจะพึงคาดหมายได้แต่วิญญูชน

(2) ถ้าความชำรุดบกพร่องนั้นเป็นอันเห็นประจักษ์แล้วในเวลาส่งมอบและผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้โดยไม่อิดเอื้อน

(3) ถ้าทรัพย์นั้นได้ขายทอดตลาด ม . 474 ในข้อรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง



หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับคืนสินค้าหรือเปลี่ยนสินค้าใหม่ของห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ นั้น ในทางกฎหมาย มีลักษณะเป็นคำมั่น ซึ่งหากทางห้างไม่ปฏิบัติตามคำมั่นที่ให้ไว้กับผู้บริโภคจะมีผลเป็นการผิดสัญญา อย่างไรก็ตาม หากสินค้าชำรุดบกพร่องทางห้างจะต้องรับผิดชอบทุกกรณีตามกฎหมาย ( มีอายุความ 1 ปี ) โดยไม่เกี่ยวกับเงื่อนไขการรับคืนสินค้าซึ่งห้างเป็นผู้กำหนดขึ้นส่วนจะรับผิดชอบในลักษณะใดนั้น ก็ต้องพิจารณาตามความบกพร่องที่เกิดขึ้น เช่น การคืนเงิน การเปลี่ยน

ผู้ประสบภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินดังกล่าวนี้ เพียงกดโทรศัพท์ไปที่ หมายเลข 1669

เมื่อเจ็บป่วยฉุกเฉิน นอกจากช่วยเหลือตนเองแล้ว

ขณะนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
ได้จัดระบบช่วยเหลือผู้ประสบภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินดังกล่าวนี้
เพียงกดโทรศัพท์ไปที่ หมายเลข 1669
จะมีคำแนะนำให้ และหากจำเป็นจะมีหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉิน

ไปช่วยเหลือคุณถึงที่เกิดเหตุ (ฟรี)

ซึ่งขณะนี้เราจัดได้เกือบทุกที่ทั่วประเทศไทย ตลอด๒๔ ชั่วโมง

ทั้งวันทำการและวันหยุดแล้ว

ป่วยฉุกเฉินโทรหมายเลข 1669

ส่งต่อไปให้ทราบทั่วๆ กันด้วยครับ จักเป็นพระคุณยิ่ง
นพ. สุรจิต สุนทรธรรม
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

Friday, 22 August 2008

มีเหมือนจะตลก แต่จะสลดมาเล่าให้ฟังค่ะ

มีเหมือนจะตลก แต่จะสลดมาเล่าให้ฟังค่ะ

เมื่อวานนี้เวลาประมาณตีสามนิดๆ นุจโบกแท็กซี่จากหน้าปากซอย 88 เพื่อเดินทางกลับห้อง ยังไม่ทันได้ปิดประตู

รถสนิทเด้วยซ้ำ ก็ได้ยินเสียงบางสิ่งบางอย่างที่ดึงความสนใจของเรา จนทำให้เราต้องใช้สมาธิฟังมัน

เสียงนั้นมันมาจาก สวภ 91 เป็นเสียงโฆษกหญิงห้าวๆ กำลังโวยวายอยู่ “คุณค่ะคุณ คุณช่วยออกห่างๆภรรยาคุณ

หน่อยได้มั้ยค่ะ ” ในใจก็คิดตามว่ายัยโฆษกนี่เป็นอะไรว่ะ ทำไมไปบอกให้ผัวเมียเค้า

แยกออกจากกันฟังไปแล้วเรื่อยๆ ค่อยอ๋อ...ประมาณว่าเค้าฟังผู้ชายคนนี้พูดไม่ค่อยจะรู้เรื่อง เสียงที่นุจได้ยินคือเสียงผู้ชาย

คนนึงกำลังต้องการแจ้งเหตุบางอย่าง แต่มีภรรยาของเค้าพูดแทรกคลออยู่ตลอดเวลา ผู้ชายคนนั้นเค้าพยามยามจะบอกว่า

เด็กใส่เสื้อสีอะไร รูปพรรณสัณฐานเป็นอย่างไร ขณะที่ฟังอยู่สิ่งแรกที่นุจคิดคือลูกเค้าคงหนีออกจากบ้านมั้ง ในขณะที่

ความคิดยังคงก้องอยู่ในหัวไม่ทันได้หายไป ภรรยาของชายคนนั้นก็แย่งสายไปแล้วพูดจาด้วยน้ำเสียงเหมือนคนร้องไห้

สะอึกสะอื้นอยู่ (เสียงของเธอฟังดูอายุน้อยมาก) “พี่ค่ะหาลูกหนูให้หน่อยค่ะ ลูกหนูอ่ะค่ะพี่ ลูกหนู...เค้าใส่เสื้อสีส้ม กางเกงสี.......... (ตัดไปพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง)” ขณะที่นุจกำลังตั้งใจฟังอยู่นั้น เสียงคนขับแท็กซี่ก็เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแบบกำลัง

อมยิ้มว่า “ ผู้หญิงคนนี้เค้าลืมลูกไว้ในแท็กซี่น่ะ” ทันใดนั้น นุจก็ร้อง ฮ้า!! ด้วยความแปลกใจ (ในความคิดเป็นไปได้ไงวะลืมลูก)

จึงใคร่ถามต่ออีก แล้วจึงได้ใจความว่าผู้หญิงคนนี้เมามากจนถึงขั้นลืมลูกไว้บนรถแท็กซี่ ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 3 ขวบ

พอลงรถปุ๊บสามีมารับถึงได้รู้ว่าลืมลูกไว้ในรถ ตายล่ะ! แปลกใจมากว่าทำไมแท็กซี่ไม่ถอยรถกลับเอาเด็กมาคืน แล้วพ่อเด็กมา

รับไม่รู้รึไงว่าไม่เห็นลูกตัวเองจนรอให้แท็กซี่ไปแล้ว เอ....เด็กอาจจะหลับก็เป็นได้นะ....แต่..นี่มันนานแล้วนะ!...ทำไมยังไม่เอา

มาคืนล่ะ ส่วนตัวนุจนั้นอดคิดในแง่ร้ายไม่ได้ว่าไม่ได้ว่า “ยัยเนี่ยมันลืมลูกไว้ในรถแท็กซี่หรือว่าเมามากแล้วลืมเอาขึ้นรถมาด้วยกันแน่” ป่านนี้เด็กคนนั้นจะเป็นไงบ้างน้อ.........นี่ก็ราวๆ 16 ชัวโมงกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าได้ลูกคืนกันหรือยัง.......แล้วถ้าไม่ได้

คืนมาหาพ่อแม่เด็กคนนั้นจะเป็นยังต่อไป
**เมื่อคืนเลยไม่รู้ว่าจะขำหรือจะสลดดีน่ะค่ะ เรื่องแบบนี้ก็มีนะบ้านเมืองเรา**

Nuj