Showing posts with label Sky Exits Team Working Content. Show all posts
Showing posts with label Sky Exits Team Working Content. Show all posts
Monday, 15 September 2008
อย่าตัดสินความผิดของคนๆ นั้น เพียงแค่ คำตอบ ของเรา
เงินสิบบาท
ถ้ามีเงินอยู่ 10 บาท ซื้อของ 3 บาท จะได้รับเงินทอนเท่าไร?
ครูคนหนึ่งตั้งคำถามกับเด็กว่า 'ถ้ามีเงินอยู่10 บาท ซื้อของ 3 บาท จะได้รับเงินทอนเท่าไร' เด็กส่วนใหญ่ตอบว่า '7 บาท' แต่มีเด็ก 2คนที่ตอบไม่เหมือนกับคนอื่น
คนหนึ่งตอบว่า '2 บาท'
อีกคนหนึ่งตอบว่า 'ไม่ต้องทอน'
ครูถามเด็กคนแรกว่าทำไมถึงได้เงินทอน2 บาท คำตอบที่ได้ก็คือภาพในใจของเขาสำหรับเงิน10 บาท คือ เหรียญห้า 2 เหรียญ เมื่อซื้อของราคา3 บาท เขาก็ให้เหรียญห้า 1 เหรียญ ดังนั้น จึงได้เงินทอน 2 บาท
ถามเด็กคนที่สองว่าทำไมไม่เหลือเงินทอนเลย
คำตอบก็คือเด็กคนนี้คิดว่าในกระเป๋ามีเหรียญบาท10 เหรียญ เมื่อซื้อของราคา 3 บาท เขาก็ส่งเหรียญบาทให้3 เหรียญ เพราะฉะนั้น คนขายจึงไม่ต้องทอนเงินให้เขา
โชคดีที่เป็นการถาม-ตอบในห้องเรียน ลองนึกดูสิครับว่าถ้าโจทย์นี้เป็นข้อสอบที่มีคำตอบเป็น ก-ข-ค-ง เด็ก 2 คนนี้ก็คงไม่ได้คะแนนจากคำตอบที่ผิดเพี้ยนจากคนส่วนใหญ่
การสร้างโจทย์ที่ 'เสมือนจริง' จินตนาการของ'ครู' อาจถูกจำกัดเพียงแค่ 'ตัวเลข' แต่สำหรับเด็ก จินตนาการของเขาไร้กรอบ 10 บาท จึงสามารถเปลี่ยนเป็นเหรียญสิบ เหรียญห้า หรือเหรียญบาท
เมืองไทยมีเหรียญ 2 บาท เราจึงได้คำตอบเพิ่มอีก1 คำตอบ คือ ได้เงินทอน 1 บาท
โลกในห้องเรียนกับโลกของความเป็นจริงนั้นแตกต่างกัน โลกในห้องเรียน ทุกคำถามส่วนใหญ่มีเพียง1 คำตอบ แต่โลกของความเป็นจริง ทุกคำถามอาจมีคำตอบที่ถูกต้องได้เกิน1 คำตอบ
'อย่าตัดสินความผิดของคนๆ นั้น เพียงแค่ คำตอบ ของเรา'
ถ้ามีเงินอยู่ 10 บาท ซื้อของ 3 บาท จะได้รับเงินทอนเท่าไร?
ครูคนหนึ่งตั้งคำถามกับเด็กว่า 'ถ้ามีเงินอยู่10 บาท ซื้อของ 3 บาท จะได้รับเงินทอนเท่าไร' เด็กส่วนใหญ่ตอบว่า '7 บาท' แต่มีเด็ก 2คนที่ตอบไม่เหมือนกับคนอื่น
คนหนึ่งตอบว่า '2 บาท'
อีกคนหนึ่งตอบว่า 'ไม่ต้องทอน'
ครูถามเด็กคนแรกว่าทำไมถึงได้เงินทอน2 บาท คำตอบที่ได้ก็คือภาพในใจของเขาสำหรับเงิน10 บาท คือ เหรียญห้า 2 เหรียญ เมื่อซื้อของราคา3 บาท เขาก็ให้เหรียญห้า 1 เหรียญ ดังนั้น จึงได้เงินทอน 2 บาท
ถามเด็กคนที่สองว่าทำไมไม่เหลือเงินทอนเลย
คำตอบก็คือเด็กคนนี้คิดว่าในกระเป๋ามีเหรียญบาท10 เหรียญ เมื่อซื้อของราคา 3 บาท เขาก็ส่งเหรียญบาทให้3 เหรียญ เพราะฉะนั้น คนขายจึงไม่ต้องทอนเงินให้เขา
โชคดีที่เป็นการถาม-ตอบในห้องเรียน ลองนึกดูสิครับว่าถ้าโจทย์นี้เป็นข้อสอบที่มีคำตอบเป็น ก-ข-ค-ง เด็ก 2 คนนี้ก็คงไม่ได้คะแนนจากคำตอบที่ผิดเพี้ยนจากคนส่วนใหญ่
การสร้างโจทย์ที่ 'เสมือนจริง' จินตนาการของ'ครู' อาจถูกจำกัดเพียงแค่ 'ตัวเลข' แต่สำหรับเด็ก จินตนาการของเขาไร้กรอบ 10 บาท จึงสามารถเปลี่ยนเป็นเหรียญสิบ เหรียญห้า หรือเหรียญบาท
เมืองไทยมีเหรียญ 2 บาท เราจึงได้คำตอบเพิ่มอีก1 คำตอบ คือ ได้เงินทอน 1 บาท
โลกในห้องเรียนกับโลกของความเป็นจริงนั้นแตกต่างกัน โลกในห้องเรียน ทุกคำถามส่วนใหญ่มีเพียง1 คำตอบ แต่โลกของความเป็นจริง ทุกคำถามอาจมีคำตอบที่ถูกต้องได้เกิน1 คำตอบ
'อย่าตัดสินความผิดของคนๆ นั้น เพียงแค่ คำตอบ ของเรา'
Wednesday, 10 September 2008
ปัญหาทุกอย่างเกิดจาก”ความกลัว”ครับ
สำหรับ BBY มองว่า ปัญหาทุกอย่างเกิดจาก”ความกลัว”ครับ....กลัวความคิดตัวจะผิด กลัวว่าจะถูกด่าถูกตำหนิ
กลัวว่าจะไม่ถูกใจแล้วจะถูกลดความสำคัญ..ทุกอย่างเป็นเพราะอยากให้งานสำเร็จกันทุกคนนั่นแหละ
ทั้งทั้งที่จริงๆแล้ว การสื่อสารที่ถูกต้อง คือ ONE BY ONE เช่น BBY มีเรื่องจะบอก 88 BBY ก็ต้องเดินไปบอก 88
...ถ้า BBY ฝากบุคคลที่สอง ที่สามไปบอก...มันก็ไม่ Success
ไม่รู้นะครับ..อันนี้ความคิดเห็นส่วนบุคคล อาจจะด้วย BBY ทำ Freelands มานานโข ก็เลยติดพฤติกรรมที่ว่า อยากให้ใครรู้อะไรก็ต้องบอก
ต้องถาม..หรือเดินไปบอก ณ เดี๋ยวนั้น ปัญหานั้นก็จะได้จบ จะได้มีข้อยุติ ทำให้บางครั้งก็ดูเหมือนจะข้ามขั้นตอนในระบบของการทำงานเป็นทีมไปบ้าง...ขอโทษคั๊บ!!
ในส่วนของการ Presents. ความคิดเห็นทั้งในที่ประชุมหรือการคุยกันสองสามคน บ่อยครั้งที่ BBY ก็ปล่อยไก่ตัวโตไป เพราะต้องการจะแสดงความคิดเห็นส่วนตัว
ให้ผู้อื่นได้ฟังบ้าง BBYไม่อยากจะมานั่งคิดกับตัวเองทีหลังว่า....โหว...ตอนนั้นทำไมเราไม่บอกคนอื่นไปนะว่ายังงั้น ยังงี้......แต่ BBY ก็ไม่ได้ก้าวร้าว หรือเถียงคำไม่ตกฟากนะครับ BBY นอบน้อม....ใครๆก็รู้
ดังนั้น...สำหรับข้อแก้ปัญหาวิธี แบบ BBY เองก็คือ.....อยากให้ทุกคนคิดว่าทุกคนมีดี..ไม่ได้อยากจะให้มั่นใจจนหลงตัวเองนะครับ แต่อยากให้มีความมั่นใจ
จนสามารถที่จะกล้าแย้งในส่วนที่คิดว่ามันไม่ใช่..ถึงสุดท้ายความคิดเราอาจจะเหลวแหลก เละเป๊ะที่สุด...อย่างน้อยทุกคนก็ได้รู้ว่าสมองเราคิดตาม ไม่ใช่นั่งสมองกลวงโบ๋เป็นนางงามเดินสาย
ให้ดีที่สุดก็ ขอยืมคำ P’POR มาใช้นะครับ ฟังมาเมื่อกี๊ “ สุดท้าย..การกลับมาเป็นตัวเราเองก็ดีที่สุด.....ยืนหยัดที่จะเป็นตัวเองดีกว่า” ..เพราะมันจะเป็นกระจกสะท้อนให้เราเห็นด้วยว่า นิสัยอย่างเราหน่ะ อยู่ในสังคมปกติได้ไหม๊...ก็เท่านั้น
ขอบคุณครับ
BBY
กลัวว่าจะไม่ถูกใจแล้วจะถูกลดความสำคัญ..ทุกอย่างเป็นเพราะอยากให้งานสำเร็จกันทุกคนนั่นแหละ
ทั้งทั้งที่จริงๆแล้ว การสื่อสารที่ถูกต้อง คือ ONE BY ONE เช่น BBY มีเรื่องจะบอก 88 BBY ก็ต้องเดินไปบอก 88
...ถ้า BBY ฝากบุคคลที่สอง ที่สามไปบอก...มันก็ไม่ Success
ไม่รู้นะครับ..อันนี้ความคิดเห็นส่วนบุคคล อาจจะด้วย BBY ทำ Freelands มานานโข ก็เลยติดพฤติกรรมที่ว่า อยากให้ใครรู้อะไรก็ต้องบอก
ต้องถาม..หรือเดินไปบอก ณ เดี๋ยวนั้น ปัญหานั้นก็จะได้จบ จะได้มีข้อยุติ ทำให้บางครั้งก็ดูเหมือนจะข้ามขั้นตอนในระบบของการทำงานเป็นทีมไปบ้าง...ขอโทษคั๊บ!!
ในส่วนของการ Presents. ความคิดเห็นทั้งในที่ประชุมหรือการคุยกันสองสามคน บ่อยครั้งที่ BBY ก็ปล่อยไก่ตัวโตไป เพราะต้องการจะแสดงความคิดเห็นส่วนตัว
ให้ผู้อื่นได้ฟังบ้าง BBYไม่อยากจะมานั่งคิดกับตัวเองทีหลังว่า....โหว...ตอนนั้นทำไมเราไม่บอกคนอื่นไปนะว่ายังงั้น ยังงี้......แต่ BBY ก็ไม่ได้ก้าวร้าว หรือเถียงคำไม่ตกฟากนะครับ BBY นอบน้อม....ใครๆก็รู้
ดังนั้น...สำหรับข้อแก้ปัญหาวิธี แบบ BBY เองก็คือ.....อยากให้ทุกคนคิดว่าทุกคนมีดี..ไม่ได้อยากจะให้มั่นใจจนหลงตัวเองนะครับ แต่อยากให้มีความมั่นใจ
จนสามารถที่จะกล้าแย้งในส่วนที่คิดว่ามันไม่ใช่..ถึงสุดท้ายความคิดเราอาจจะเหลวแหลก เละเป๊ะที่สุด...อย่างน้อยทุกคนก็ได้รู้ว่าสมองเราคิดตาม ไม่ใช่นั่งสมองกลวงโบ๋เป็นนางงามเดินสาย
ให้ดีที่สุดก็ ขอยืมคำ P’POR มาใช้นะครับ ฟังมาเมื่อกี๊ “ สุดท้าย..การกลับมาเป็นตัวเราเองก็ดีที่สุด.....ยืนหยัดที่จะเป็นตัวเองดีกว่า” ..เพราะมันจะเป็นกระจกสะท้อนให้เราเห็นด้วยว่า นิสัยอย่างเราหน่ะ อยู่ในสังคมปกติได้ไหม๊...ก็เท่านั้น
ขอบคุณครับ
BBY
Labels:
Sky Exits Team Working Content
สิ่งที่ได้ทำในวันนี้
สิ่งที่ได้ทำในวันนี้
-เข้าประชุมงาน TOPS-Market_Pig เพื่อหารือกับลูกค้าเอเจนซี่ และรับฟังบรีฟจาก P’OD
-เข้าประชุมงาน Smooth E_Ann เพื่อฟังบรีฟจาก P’POR และฟังรายละเอียดการทำงานจากแผนกต่างๆ
-หา Ref. เครื่องแต่งกายของ แอน ทองประสมในรูปแบบต่างๆ เพื่อศึกษาว่า เธอมีรูปร่างอย่างไร และเหมาะกับ
เสื้อผ้ารูปแบบไหน เพื่อจัดหา Ref. เครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับตัวแอน และหนังโฆษณา
-หา Ref. เสื้อผ้าแบบต่างๆเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับขายงานลูกค้า
-ช่วย P’BUM หาเสื้อผ้าและแหล่งของชุดนักอเมริกัน ฟุตบอล เพื่อ Setlook ทำเทสน์ในวันเสาร์-อาทิตย์
สิ่งที่ได้รับในวันนี้
-ได้รับทราบความเป้นไปของงานที่กำลังรันกันอยู่ เพื่อนำข้อมูลไปปรับในการทำงานต่อไป
หากมีข้อแนะนำ...ยินดีนะครับ
BBY
-เข้าประชุมงาน TOPS-Market_Pig เพื่อหารือกับลูกค้าเอเจนซี่ และรับฟังบรีฟจาก P’OD
-เข้าประชุมงาน Smooth E_Ann เพื่อฟังบรีฟจาก P’POR และฟังรายละเอียดการทำงานจากแผนกต่างๆ
-หา Ref. เครื่องแต่งกายของ แอน ทองประสมในรูปแบบต่างๆ เพื่อศึกษาว่า เธอมีรูปร่างอย่างไร และเหมาะกับ
เสื้อผ้ารูปแบบไหน เพื่อจัดหา Ref. เครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับตัวแอน และหนังโฆษณา
-หา Ref. เสื้อผ้าแบบต่างๆเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับขายงานลูกค้า
-ช่วย P’BUM หาเสื้อผ้าและแหล่งของชุดนักอเมริกัน ฟุตบอล เพื่อ Setlook ทำเทสน์ในวันเสาร์-อาทิตย์
สิ่งที่ได้รับในวันนี้
-ได้รับทราบความเป้นไปของงานที่กำลังรันกันอยู่ เพื่อนำข้อมูลไปปรับในการทำงานต่อไป
หากมีข้อแนะนำ...ยินดีนะครับ
BBY
Labels:
Sky Exits Team Working Content
ออกกองงาน KCC GE Score โดยออกไปรอบหลังพร้อม พี่ NUJ
Working Report 04/09/08
สิ่งที่ได้ทำภายในวันนี้
1. หา reference งาน Tops Supermarket PIG เพิ่มเติม
2. ทำ PPM BOOK งาน KCC-GE_score ร่วมกับ KWG
Working Report 05/09/08
สิ่งที่ได้ทำภายในวันนี้
1. ทำ Breakdown งาน KCC ที่จะถ่ายทำ วันจันทร์ 8 ก.ย.
2. ลองออกแบบ สัตว์ประหลาด งาน Xylitol เพิ่มเติม โดยลองหา ref สัตว์ประหลาด แบคทีเรีย
Working Report 06/09/08
สิ่งที่ได้ทำภายในวันนี้
1. แก้ไขทำ Breakdown งาน KCC ให้เรียบร้อย เช่น แก้ไข Location ปั้มน้ำมันคาลเท็กซ์ และรายละเอียดอื่นๆ
2. ช่วย PIM หาแปลน ห้างเสรี เซ็นเตอร์ ซีคอนสแควร์ แผนที่
Working Report 08/09/08
สิ่งที่ได้ทำภายในวันนี้
1. ออกกองงาน KCC GE Score โดยออกไปรอบหลังพร้อม พี่ NUJ ไปเซ็ทฉากที่ MAJOR เซรีเซ็นเตอร์ โดยช่วยย้ายของจัดของ เตรียมของสำหรับ extra ถือ ย้ายของที่ย้ายจาก set เข้าที่เดิม เดินเข้าฉากเป็น extra
Working Report 09/09/08
สิ่งที่ได้ทำภายในวันนี้
1. เข้าประชุมทีมงาน ที่ออกกอง KCC GE SCORE ได้ทำความเข้าใจปัญหาของการออกกอง ทีมงานต่างๆได้แชร์ความคิดเห็นกัน รับรู้ความผิดพลาดเพื่อแก้ไขต่อไป
2. เข้าประชุมงาน Xylitol MAN ได้ฟังพี่ OD คอมเม้นท์งาน และได้ฟังการคอมเม้นท์เรื่องทีมงาน
Working Report 10/09/08
สิ่งที่ได้ทำภายในวันนี้
1. เช็คคิวงานใน ปฎิทิน
2. รวบรวมรายละเอียดว่าแต่ละแผนกต้องทำอะไรบ้าง งาน Tops Supermarket PIG โดยช่วยกับพี่ KWG ในการรวบรวม
3. หา REF สัตว์ประหลาด อุลตร้าแมน TIGA และ rider hibiki และหา Ref เท้าเอเลี่ยน
4. แก้ไขบอร์ด Tops Supermarket Pig
Music is alive, music is a life.
สิ่งที่ได้ทำภายในวันนี้
1. หา reference งาน Tops Supermarket PIG เพิ่มเติม
2. ทำ PPM BOOK งาน KCC-GE_score ร่วมกับ KWG
Working Report 05/09/08
สิ่งที่ได้ทำภายในวันนี้
1. ทำ Breakdown งาน KCC ที่จะถ่ายทำ วันจันทร์ 8 ก.ย.
2. ลองออกแบบ สัตว์ประหลาด งาน Xylitol เพิ่มเติม โดยลองหา ref สัตว์ประหลาด แบคทีเรีย
Working Report 06/09/08
สิ่งที่ได้ทำภายในวันนี้
1. แก้ไขทำ Breakdown งาน KCC ให้เรียบร้อย เช่น แก้ไข Location ปั้มน้ำมันคาลเท็กซ์ และรายละเอียดอื่นๆ
2. ช่วย PIM หาแปลน ห้างเสรี เซ็นเตอร์ ซีคอนสแควร์ แผนที่
Working Report 08/09/08
สิ่งที่ได้ทำภายในวันนี้
1. ออกกองงาน KCC GE Score โดยออกไปรอบหลังพร้อม พี่ NUJ ไปเซ็ทฉากที่ MAJOR เซรีเซ็นเตอร์ โดยช่วยย้ายของจัดของ เตรียมของสำหรับ extra ถือ ย้ายของที่ย้ายจาก set เข้าที่เดิม เดินเข้าฉากเป็น extra
Working Report 09/09/08
สิ่งที่ได้ทำภายในวันนี้
1. เข้าประชุมทีมงาน ที่ออกกอง KCC GE SCORE ได้ทำความเข้าใจปัญหาของการออกกอง ทีมงานต่างๆได้แชร์ความคิดเห็นกัน รับรู้ความผิดพลาดเพื่อแก้ไขต่อไป
2. เข้าประชุมงาน Xylitol MAN ได้ฟังพี่ OD คอมเม้นท์งาน และได้ฟังการคอมเม้นท์เรื่องทีมงาน
Working Report 10/09/08
สิ่งที่ได้ทำภายในวันนี้
1. เช็คคิวงานใน ปฎิทิน
2. รวบรวมรายละเอียดว่าแต่ละแผนกต้องทำอะไรบ้าง งาน Tops Supermarket PIG โดยช่วยกับพี่ KWG ในการรวบรวม
3. หา REF สัตว์ประหลาด อุลตร้าแมน TIGA และ rider hibiki และหา Ref เท้าเอเลี่ยน
4. แก้ไขบอร์ด Tops Supermarket Pig
Music is alive, music is a life.
Labels:
Sky Exits Team Working Content
อีก 5 ปีข้างหน้าคุณอยากจะเป็นอะไร จะทำอะไรที่ Sky Exits Film Production
จริงๆแล้วคำถามนี้เกิดขึ้นในใจมานานแล้วค่ะ ว่าอนาคตข้างหน้าเราจะทำอะไรดีนะ แต่ก่อนช่วงเข้ามาใหม่ๆ คิดว่าเดี๋ยวทำงานซักปีสองปีเก็บตังได้ ก็จะไปเมืองนอกไปเรียนไปหางานเมืองนอกทำดีกว่า ได้เที่ยว ได้เจออะไรใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ แต่ความคิดอันนี้ก็ได้เปลี่ยนไปหลังจากที่แม่ PAD เสีย เหตุผลเพราะ PAD อยากดูแลพ่อมากกว่า ความคิดนี้เลยทำให้ PAD มองอนาคตตัวเองใหม่ว่าตัวเองอยากทำอะไร หลังจากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในทีม Production มาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี ทำให้ได้คำตอบว่า ถ้าถามว่าอีก 5 ปีข้างหน้าคุณอยากเป็นอะไร จะทำอะไรที่ Skyexits Film Production คำตอบคือ อยากเป็นส่วนหนึ่งในทีม Production House ต่อไปค่ะ
แต่ทุกครั้งที่ได้ออกกองในส่วนของ Casting ทั้งที่ PAD ก็พยายามตั้งใจทำในสิ่งที่ได้รับผิดชอบเต็มที่ที่สุด แต่ในหลายๆครั้งตอน Brief Acting กับพวก Extra รู้สึกว่าทำได้ไม่ดี ทั้งๆที่เราตั้งใจทำเต็มที่แล้ว มีให้ต้องปรับปรุงแก้ไขทุกครั้งไป จึงเริ่มทำให้คิดว่าจะมีส่วนใหนใน Production ที่เราสามารถทำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าสิ่งที่ทำอยู่บ้าง และเราได้ช่วยเหลือทีมได้มากขึ้น เป็นประโยชน์กับทีมมากขึ้นรึปล่าว จึงทำให้ไปเจอตำแหน่ง Producer/Location Manager PAD รู้สึกว่า ตำแหน่งนี้ได้เป็นประโยชน์กับทีมมาก เหมือนเป็นคนที่ทำให้ทีมได้ทำงานอย่างราบรื่นได้คอย Support ทีมในนทุกๆ แผนกเลยคิดว่าถ้าได้ทำก็คงทำให้เราเป็นประโยชน์กับทีมได้ไม่มากก็น้อย จึงอยากศึกษาในสายงานนี้ค่ะ
PAD…
แต่ทุกครั้งที่ได้ออกกองในส่วนของ Casting ทั้งที่ PAD ก็พยายามตั้งใจทำในสิ่งที่ได้รับผิดชอบเต็มที่ที่สุด แต่ในหลายๆครั้งตอน Brief Acting กับพวก Extra รู้สึกว่าทำได้ไม่ดี ทั้งๆที่เราตั้งใจทำเต็มที่แล้ว มีให้ต้องปรับปรุงแก้ไขทุกครั้งไป จึงเริ่มทำให้คิดว่าจะมีส่วนใหนใน Production ที่เราสามารถทำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าสิ่งที่ทำอยู่บ้าง และเราได้ช่วยเหลือทีมได้มากขึ้น เป็นประโยชน์กับทีมมากขึ้นรึปล่าว จึงทำให้ไปเจอตำแหน่ง Producer/Location Manager PAD รู้สึกว่า ตำแหน่งนี้ได้เป็นประโยชน์กับทีมมาก เหมือนเป็นคนที่ทำให้ทีมได้ทำงานอย่างราบรื่นได้คอย Support ทีมในนทุกๆ แผนกเลยคิดว่าถ้าได้ทำก็คงทำให้เราเป็นประโยชน์กับทีมได้ไม่มากก็น้อย จึงอยากศึกษาในสายงานนี้ค่ะ
PAD…
Labels:
Sky Exits Team Working Content
ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการไม่สื่อสารกันในทีม
ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการไม่สื่อสารกันในทีม เวลาถ่ายทำเกิดความไม่เคลียร์ และเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างทีมกับผู้กำกับ ทีมไม่ชอบพูด ทีมไม่ชอบถาม ทีมไม่ชอบตอบ...
อาจเป็นเพราะกลัวที่จะเสนอความคิดเห็นของตัวเอง กลัวว่าสิ่งที่พูดออกไปจะผิด หรือ บางคนอาจจะคิดว่าไม่ใช่เรื่องของเรา ของแผนกอื่นให้เค้าจัดการเอง สิ่งที่จะแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ได้นั้นต้องได้รับการร่วมมือจากทุกคนในทีม เพื่อที่จะทำให้ทุกคนในทีมนั้นได้ทำงานกันอย่างมืออาชีพมากขึ้น นั้นก็คือ เปลี่ยนแนวคิดการทำงานใหม่…
โดยการช่วยกันเสนอความคิดขณะประชุม พูดกันมากขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าความคิดของตัวเองจะถูกหรือจะผิด ถ้าเราได้พูดออกไปจะทำให้ทีมได้รู้ว่าเราคิดอะไร และเราก็จะได้รู้ว่าเราเข้าใจตรงกันกับทีมหรือไม่ ถ้าเข้าใจไม่ตรงกันจะได้ปรับแก้ไขให้เข้าใจตรงกันง่ายขึ้น ตรงใหนไม่เคลียร์ต้องถามให้ ชัดเจน เพื่อที่จะทำให้ทิศทางการทำงานของทีมและผู้กำกับไปจุดเดียวกัน งานแต่ละ Job จะได้ออกมามีคุณภาพอย่างที่คาดไว้
PAD…
อาจเป็นเพราะกลัวที่จะเสนอความคิดเห็นของตัวเอง กลัวว่าสิ่งที่พูดออกไปจะผิด หรือ บางคนอาจจะคิดว่าไม่ใช่เรื่องของเรา ของแผนกอื่นให้เค้าจัดการเอง สิ่งที่จะแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ได้นั้นต้องได้รับการร่วมมือจากทุกคนในทีม เพื่อที่จะทำให้ทุกคนในทีมนั้นได้ทำงานกันอย่างมืออาชีพมากขึ้น นั้นก็คือ เปลี่ยนแนวคิดการทำงานใหม่…
โดยการช่วยกันเสนอความคิดขณะประชุม พูดกันมากขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าความคิดของตัวเองจะถูกหรือจะผิด ถ้าเราได้พูดออกไปจะทำให้ทีมได้รู้ว่าเราคิดอะไร และเราก็จะได้รู้ว่าเราเข้าใจตรงกันกับทีมหรือไม่ ถ้าเข้าใจไม่ตรงกันจะได้ปรับแก้ไขให้เข้าใจตรงกันง่ายขึ้น ตรงใหนไม่เคลียร์ต้องถามให้ ชัดเจน เพื่อที่จะทำให้ทิศทางการทำงานของทีมและผู้กำกับไปจุดเดียวกัน งานแต่ละ Job จะได้ออกมามีคุณภาพอย่างที่คาดไว้
PAD…
Labels:
Sky Exits Team Working Content
ปัญหานี้อาจเกิดจากปัญหา เล็กๆน้อยๆ แต่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและชัดเจน
ในส่วนตัวของ GIB คิดว่าปัญหานี้อาจเกิดจากปัญหา เล็กๆน้อยๆ แต่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและชัดเจน จึงกลายเป็นปัญหาที่บานปลาย เช่น
· การสื่อสารและการไม่กล้าที่จะสื่อสาร
ปัญหาแรกคือการสื่อสารที่หลายต่อ ถึงข้อความเดียวกันแต่ก็แตกต่าง เลยกลายเป็นความไม่เข้าใจ หนูว่าการทำความเข้าใจกันโดยตรงแบบตัวต่อตัว จะชัดเจนกว่า
แต่ปัญหาสองก็คือ การไม่กล้าจะสื่อสารกับตัวผู้กำกับแบบตัวต่อ ทั้งการ Present งาน การพูดคุยถึงปัญหาของงาน หรือแม้กระทั่งการคุยเรื่องส่วนตัวก็ตาม
แล้วยิ่งเจอปัญหาหนักเข้า หนักเข้า เลยกลายเป็นไม่กล้าจะสู้หน้า ถ้าเราไม่รีบทลายกำแพงตรงนี้ ทิ้งไว้นานๆมันจะเรื้อรังค่ะ เราอาจจะเริ่มจากการกล้าพูด กล้าคุย กล้าเสนอความคิดเห็นมากกว่านี้ค่ะ
· ความสัมพันธ์ในการทำงาน
หนูสังเกตจากการประชุมทีม จะมีการตามงานของแต่ละฝ่าย brief งานว่าแต่ละฝ่ายต้องทำอย่างนี้ๆ .....ทุกคนตั้งใจทำงาน เตรียมและคิดหาทางแก้ไขปัญหาในหน้าที่ที่ตัวเองรับผิดชอบ ให้ออกมาดีเสร็จตามกำหนด.....แต่อาจจะลืมนึกถึงปัญหาเวลาที่ต้องรันกองถ่าย เมื่อทุกฝ่ายต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม จึงกลายเป็นติดอันนู้น พออันนี้เสร็จกลายเป็นติดอันนี้ ไม่จบไม่สิ้น
ถ้าโคกันได้ สัมพันธ์กัน Link กันได้ ก็อาจจะทำให้ปัญหาในการออกกองลดน้อยลงค่ะ
*** ที่หนูว่ามาทั้งหมดอาจจะจริง ไม่จริงก็ได้...หนูมองว่าการแก้ปัญหาอันนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกๆคน ไม่ใช่แค่ทีม หรือ ผู้กำกับฝ่ายเดียว บางทีผู้กำกับอาจช่วยได้ในการพาทีมไปสู่ idea ของตัวเอง ทำให้ทุกอย่างเป็นเอกภาพได้ ส่วนทีมหรือแม้กระทั่งตัวหนูเองก็คงอยากจะให้อะไรๆ มันดีขึ้นนะคะ ก็จะพยายามปรับปรุงตัวเอง อย่างที่พี่อ๊อดเคยบอกว่า เวลาเกิดปัญหา ให้โทษตัวเองก่อนแล้วค่อยโทษคนอื่น ค่ะ...
GIB
· การสื่อสารและการไม่กล้าที่จะสื่อสาร
ปัญหาแรกคือการสื่อสารที่หลายต่อ ถึงข้อความเดียวกันแต่ก็แตกต่าง เลยกลายเป็นความไม่เข้าใจ หนูว่าการทำความเข้าใจกันโดยตรงแบบตัวต่อตัว จะชัดเจนกว่า
แต่ปัญหาสองก็คือ การไม่กล้าจะสื่อสารกับตัวผู้กำกับแบบตัวต่อ ทั้งการ Present งาน การพูดคุยถึงปัญหาของงาน หรือแม้กระทั่งการคุยเรื่องส่วนตัวก็ตาม
แล้วยิ่งเจอปัญหาหนักเข้า หนักเข้า เลยกลายเป็นไม่กล้าจะสู้หน้า ถ้าเราไม่รีบทลายกำแพงตรงนี้ ทิ้งไว้นานๆมันจะเรื้อรังค่ะ เราอาจจะเริ่มจากการกล้าพูด กล้าคุย กล้าเสนอความคิดเห็นมากกว่านี้ค่ะ
· ความสัมพันธ์ในการทำงาน
หนูสังเกตจากการประชุมทีม จะมีการตามงานของแต่ละฝ่าย brief งานว่าแต่ละฝ่ายต้องทำอย่างนี้ๆ .....ทุกคนตั้งใจทำงาน เตรียมและคิดหาทางแก้ไขปัญหาในหน้าที่ที่ตัวเองรับผิดชอบ ให้ออกมาดีเสร็จตามกำหนด.....แต่อาจจะลืมนึกถึงปัญหาเวลาที่ต้องรันกองถ่าย เมื่อทุกฝ่ายต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม จึงกลายเป็นติดอันนู้น พออันนี้เสร็จกลายเป็นติดอันนี้ ไม่จบไม่สิ้น
ถ้าโคกันได้ สัมพันธ์กัน Link กันได้ ก็อาจจะทำให้ปัญหาในการออกกองลดน้อยลงค่ะ
*** ที่หนูว่ามาทั้งหมดอาจจะจริง ไม่จริงก็ได้...หนูมองว่าการแก้ปัญหาอันนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกๆคน ไม่ใช่แค่ทีม หรือ ผู้กำกับฝ่ายเดียว บางทีผู้กำกับอาจช่วยได้ในการพาทีมไปสู่ idea ของตัวเอง ทำให้ทุกอย่างเป็นเอกภาพได้ ส่วนทีมหรือแม้กระทั่งตัวหนูเองก็คงอยากจะให้อะไรๆ มันดีขึ้นนะคะ ก็จะพยายามปรับปรุงตัวเอง อย่างที่พี่อ๊อดเคยบอกว่า เวลาเกิดปัญหา ให้โทษตัวเองก่อนแล้วค่อยโทษคนอื่น ค่ะ...
GIB
Labels:
Sky Exits Team Working Content
แต่ก็ถูกที่พี่อ่ำ เคยพูดว่า “ในสายงานต้องแข่งขันกัน”
เรื่องของการไม่พูด ไม่สื่อสารกันในที่ประชุม จากการที่ได้เข้าไปนั่งประชุมกับลูกค้าก็ดี กับทีมเองก็ดี ส่วนตัวมันมีเรื่องของความอาวุธโสในหน้าที่การงาน คนที่ทำงานมาอยู่ก่อน และขาดความมั่นใจหรืออาจจะหมั่นใจแต่ก็ไม่พูดออกไปดีกว่า กว่าคนอื่นจะหมั้นไส้เอา แต่เป็นสิ่งที่ผิด
แต่ก็ถูกที่พี่อ่ำ เคยพูดว่า “ในสายงานต้องแข่งขันกัน”
ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช้การฆ่ากันเองเป็นการทำงานให้งานออกมาดีและเป็นไหวพริบของแต่ละบุคคลมากกว่า คนที่จะ Present งานทั้งหมดออกมาได้ดีนั้น ต้องมีความมั่นใจในตัวเองสูง แต่มั่นใจอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะพูด และสื่อสารออกไป และตีโจทย์ให้แตก ให้พูดเชื่อว่าทุกคนพูดได้หมด แต่จะตรงใจลูกค้าหรือว่าคนฟังนั้น เป็นความสามารถเฉพาะตัวจริงๆ บุคลิกภาพ น้ำเสียงทุกอย่างต้องสัมผันกันหมด
ในคำพูดของ OD ที่ว่า “กลุ่มคนหรือพนักงานใหม่ๆที่เข้ามาร่วมงาน จะถูกสั่งสมด้วยวิธีการเดิมๆ” คนที่อยู่ก่อนอาจจะสอนให้คนที่มาทีหลัง
ไม่ต้องพูด...ถ้าเขาไม่ถาม มันก็จะกลายเป็ว่า...
ถ้าไม่มีใครถาม ก็ไม่ต้องพูด
แต่อีกแง่มุมหนึ่ง ก็จะเป็นแบบ
ไม่ให้พูด แต่กูจะพูด ทำไมอ่ะ โดยที่ไม่สนใจใคร
แต่คนประเภทแบบไม่ให้พูด แต่จะพูด มันมีน้อยในสกาย หรือว่ามี อาจจะไม่อยากแสดงตัว
สิ่งที่ OD พูดในวันนั้น เป็นปัญหาที่สกายเป็นอยู่แก้ไม่ตก แก้เท่าไรก็ไม่ได้สักกะที เข้าใจ 88 กับปัญหาตรงนี้ การเปิดให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ดี ดีมากๆ คิดอะไรก็พูดไปเถอะ แต่ก็ไม่ใช้ว่าจะพูดได้ทุกอย่าง ก็ต้องดูกาลเทศะด้วย ว่าควรพูด หรือไม่ควรพูด
การสร้างความคุ้นเคย ความสนิทสนมระหว่าง ผู้กำกับ กับทีมงานเป็นสิ่งที่ดีนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องทำให้คนอื่นเชื่อหมั้นในตัวเราก่อนเป็นอันดับแรก
ต้องกล้าที่จะพูดกันให้มากขึ้น ต้องให้กำลังใจกับตัวเองทุกครั้งเวลาที่ทำผิดพลาด อย่าเก็บเอามาเป็นปมด้อย ให้เก็บเอาไว้เป็นบทเรียนที่ต้องเรียนรู้ ยังมีอีกเยอะที่ยังไม่เคยได้รู้และได้เห็น
ส่วนเรื่องความเข้าใจในงาน ในเรื่อง Blue Screen หรือเทคนิคต่างๆ มันเป็นเรื่องของความรู้รอบตัว การสังเกต การศึกษาข้อมูลของแต่ละบุคคลเองค่ะ อ่านเยอะได้เยอะ แต่มันก็ต้องชอบและรักที่จะศึกษากับมันด้วยตรงนี้ ถึงจะสามารถพูดและอธิบายออกมาได้ ให้ทุกคนได้เห็นภาพและคิดตามเป็นภาพได้ด้วย
OoM
แต่ก็ถูกที่พี่อ่ำ เคยพูดว่า “ในสายงานต้องแข่งขันกัน”
ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช้การฆ่ากันเองเป็นการทำงานให้งานออกมาดีและเป็นไหวพริบของแต่ละบุคคลมากกว่า คนที่จะ Present งานทั้งหมดออกมาได้ดีนั้น ต้องมีความมั่นใจในตัวเองสูง แต่มั่นใจอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะพูด และสื่อสารออกไป และตีโจทย์ให้แตก ให้พูดเชื่อว่าทุกคนพูดได้หมด แต่จะตรงใจลูกค้าหรือว่าคนฟังนั้น เป็นความสามารถเฉพาะตัวจริงๆ บุคลิกภาพ น้ำเสียงทุกอย่างต้องสัมผันกันหมด
ในคำพูดของ OD ที่ว่า “กลุ่มคนหรือพนักงานใหม่ๆที่เข้ามาร่วมงาน จะถูกสั่งสมด้วยวิธีการเดิมๆ” คนที่อยู่ก่อนอาจจะสอนให้คนที่มาทีหลัง
ไม่ต้องพูด...ถ้าเขาไม่ถาม มันก็จะกลายเป็ว่า...
ถ้าไม่มีใครถาม ก็ไม่ต้องพูด
แต่อีกแง่มุมหนึ่ง ก็จะเป็นแบบ
ไม่ให้พูด แต่กูจะพูด ทำไมอ่ะ โดยที่ไม่สนใจใคร
แต่คนประเภทแบบไม่ให้พูด แต่จะพูด มันมีน้อยในสกาย หรือว่ามี อาจจะไม่อยากแสดงตัว
สิ่งที่ OD พูดในวันนั้น เป็นปัญหาที่สกายเป็นอยู่แก้ไม่ตก แก้เท่าไรก็ไม่ได้สักกะที เข้าใจ 88 กับปัญหาตรงนี้ การเปิดให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ดี ดีมากๆ คิดอะไรก็พูดไปเถอะ แต่ก็ไม่ใช้ว่าจะพูดได้ทุกอย่าง ก็ต้องดูกาลเทศะด้วย ว่าควรพูด หรือไม่ควรพูด
การสร้างความคุ้นเคย ความสนิทสนมระหว่าง ผู้กำกับ กับทีมงานเป็นสิ่งที่ดีนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องทำให้คนอื่นเชื่อหมั้นในตัวเราก่อนเป็นอันดับแรก
ต้องกล้าที่จะพูดกันให้มากขึ้น ต้องให้กำลังใจกับตัวเองทุกครั้งเวลาที่ทำผิดพลาด อย่าเก็บเอามาเป็นปมด้อย ให้เก็บเอาไว้เป็นบทเรียนที่ต้องเรียนรู้ ยังมีอีกเยอะที่ยังไม่เคยได้รู้และได้เห็น
ส่วนเรื่องความเข้าใจในงาน ในเรื่อง Blue Screen หรือเทคนิคต่างๆ มันเป็นเรื่องของความรู้รอบตัว การสังเกต การศึกษาข้อมูลของแต่ละบุคคลเองค่ะ อ่านเยอะได้เยอะ แต่มันก็ต้องชอบและรักที่จะศึกษากับมันด้วยตรงนี้ ถึงจะสามารถพูดและอธิบายออกมาได้ ให้ทุกคนได้เห็นภาพและคิดตามเป็นภาพได้ด้วย
OoM
Labels:
Sky Exits Team Working Content
Saturday, 6 September 2008
10 คำถามที่ยากที่สุดที่คุณต้องพบ เมื่อสัมภาษณ์งาน
10 คำถามที่ยากที่สุดที่คุณต้องพบ เมื่อสัมภาษณ์งาน
คุณต้องค้นหาคำตอบอย่าง หนักเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง ภูมิหลังของบริษัท หน้าที่รับผิดชอบของงาน จุดอ่อน/จุดแข็ง รวมถึงเป้าหมายในการทำงานของคุณ
#10: ทำไมคุณถึงสนใจสมัครตำแหน่งนี้ ในบริษัทนี้
คำตอบที่ใช้ไม่ได้: "เพราะว่าผมต้องการเงินและ/หรือประสบการณ์" เพราะนี้จะหมายความว่าคุณจะใช้บริษัทนี้เป็นเหมือนสถานีผ่านทางไปสู่สิ่งที่ ดีกว่า สิ่งที่ต้องจดจำ: ทุกบริษัทต้องการพนักงานที่ทำงานในบริษัทเป็นระยะเวลายาวนาน
คำตอบที่ดี: ก่อนอื่นต้องตรวจสอบตัวคุณเองก่อนว่าคุณค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและงาน ที่คุณสมัครเป็นอย่างดี อธิบายว่าคุณเหมาะสมกับตำแหน่งที่สมัครอย่างไร รวมถึงโอกาสของงานนี้จะช่วยคุณพัฒนาทักษะและความสามารถได้อย่างไร พูดถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาของคุณ (หรือกิจกรรมที่ทำเมื่อเรียน) ที่คุณรักและมีความเชี่ยวชาญ
"(บริษัท ก) เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในเรื่อง (จุดแข็งของบริษัท) ผมต้องการทำงานกับบริษัทที่มีการทำงานแบบนี้ (งาน) นี้จะช่วยพัฒนาทักษะของผมในส่วน (ความสามารถและความสามารถพิเศษอื่นๆ)"
#9: คุณลาออกจากตำแหน่งงานปัจจุบันด้วยสาเหตุใด และคุณประทับใจอะไรกับบริษัทล่าสุดที่คุณทำงาน
ห้ามพูดถึงเจ้านายคนเก่าของคุณในทางที่ไม่ดี การยุ่งในสิ่งที่ไม่ถูกเรื่องและการลอบกัดจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวคุณเอง ทำให้ภาพของคุณดูไม่ดี ในทางกลับกัน ให้เน้นถึงสิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากบริษัทก่อนหน้านี้ ให้เน้นว่าเพราะว่าคุณมองหาความท้าทายที่มากขึ้น และถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวคุณเองแล้ว
#8: สิ่งที่คุณคาดหวังจากตำแหน่งงานนี้ ให้คุณเข้าใจถึงหน้าที่รับผิดชอบของงานก่อน เข้าใจถึงแรงกดดันที่เกิดขึ้น แล้วตอบว่าคุณต้องการเรียนรู้ความรับผิดชอบเหล่านี้และอยากจะเผชิญหน้ากับคว ามกดดันทั้งหลายที่มี
#7: ในห้าปีข้างหน้า คุณมองภาพตัวคุณเองว่าเป็นอย่างไร
สำหรับผู้จัดการหลายราย คำถามนี้เป็นคำถามที่ท้าทายอย่างมากว่าคุณจะตอบให้ตัวเองได้เกิดหรือตายไปเล ย! โปรดตรวจสอบว่าคุณเห็นความก้าวหน้าในอาชีพการงานที่ดี ก่อนที่จะเข้าสัมภาษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคุณมีเป้าหมายที่คุณกำหนดไว้
#6: คุณคิดว่าคุณจะช่วยหน่วยงานนี้ได้ดีที่สุดที่จุดไหน
ให้คุณคิดให้ดีว่าคุณมีความเก่งในเรื่องใด จำไว้ว่าการอบรมและประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของคุณจะช่วยคุณได้ โดยคิดว่าจะนำประสบการณ์เหล่านั้นมาช่วยคุณให้มากที่สุดได้อย่างไร และนำไปใช้ให้ตรงกับความต้องการของบริษัท และกับงานที่คุณสมัครด้วย
#5: คุณจัดการกับคำวิจารณ์อย่างไร ทั้งจากเจ้านาย หรือจากเพื่อนร่วมงาน
จงยอมรับว่าคำวิจารณ์ล้วนทำให้เจ็บปวด แต่ก็เป็นครูที่ดีด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างที่ผ่านมาซึ่งคุณได้รับคำวิจารณ์ในทางลบ และแม้ว่าคุณจะเจ็บปวดกับคำวิจารณ์เหล่านั้น แต่คุณก็เผชิญหน้ากับมัน และนำคำวิจารณ์เหล่านั้นมาปรับปรุงตัวคุณเอง
#4: คุณจัดการกับความกดดันอย่างไร
ขอให้พูดตามตรง: ไม่มีใครเป็นคนวิเศษเลิศเลอ ข้อแรก ให้อธิบายประเภทของความกดดันที่คุณคุ้นเคยและสามารถจัดการกับมันได้โดยง่าย (เช่น กำหนดเวลาในการทำงาน) จากนั้นยอมรับว่าแรงกดดันประเภทนี้ทำให้คุณจัดการกับสถานการณ์ที่เลวร้ายได้ (เช่น คิดงานไม่ออกเพราะบรรยากาศในการทำงานไม่เอื้ออำนวย) แต่ให้พูดปิดประเด็นในแง่บวก โดยยกตัวอย่างวิธีการปรับปรุงจุดอ่อนเหล่านั้นของคุณ
#3: คุณคิดว่าคุณจะปรับปรุงตัวคุณเองได้อย่างไร ทั้งในแง่ของทักษะความสามารถ หรือ ในด้านอุปนิสัย
คำถามนี้แยกย่อยมาจากข้อ #2. ผู้สัมภาษณ์ต้องการความซื่อสัตย์ ไม่ใช่การโกหกพกลม มองตัวคุณเอง ดูว่าสิ่งไหนที่คุณต้องการปรับปรุง เป็นเรื่องทักษะด้านการสื่อสาร ความรอบรู้ หรือความสัมพันธ์กับผู้อื่นในสังคม ให้คุณยอมรับในเรื่องจุดอ่อนของตัวคุณเอง และพูดปิดประเด็นว่าคุณกำลังปรับปรุงตัวคุณเองให้ดีขึ้น (เข้าอบรมเพิ่มเติมในโรงเรียน การสมัครเป็นสมาชิกชมรถทั่วๆ ไป เป็นต้น)
#2: สิ่งที่คุณสามารถทุ่มเทให้กับบริษัท ที่ผู้อื่นไม่สามารถทำได้
คำถามนี้เปิดโอกาสให้คุณแสดงคุณสมบัติเด่นของคุณเอง ในการสัมภาษณ์งาน คุณต้องขายตัวคุณเอง นำประสบการณ์ ความสามารถ และอุปนิสัยของคุณมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้คุณ เป็นคนที่บริษัทต้องการ คิดย้อนกลับไปถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาที่ไม่มีใครจะนึกถึง หรือเมื่อคุณมีไอเดียอันบรรเจิดซึ่งทำให้ทุกคนหลงใหลได้ปลื้มมาแล้ว
#1: คำถามที่นิยมถามมากที่สุด คือ ทำไมบริษัทเราจึงต้องจ้างคุณ
คำตอบที่ถูกต้องหนึ่งคำตอบสำหรับคำถามนี้ คือ "ผมจะช่วยให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น"
ตอบคำถาม 9 ข้อแรกให้ดี และคุณจะไม่ต้องลำบากเมื่อถึงคำถามในข้อนี้ เพราะคุณได้พิสูจน์คุณค่าของตัวคุณเองไว้ใน 9 ข้อแรกแล้ว!!
จากหนังสือ "Pocket Hiring Guide on How To Hire the Right Person"
โดย : SaTaN
The Ten Toughest Questions You Face In A Job Interview
Based on JobsDB.com's "Pocket Hiring Guide on How To Hire the Right Person"
written by corporate trainer Dr. Denis L. Cauvier
First published in JobsDB.com (Philippines)
Wrong approach:
"Because I need the money and/or the experience."
This implies that you'll just use the company as a way-station before moving on to Bigger Things. Remember: the boss is looking for an employee who's looking at the long-term.
Right approach:
Make sure you've done your research about the company and the job you're applying for. Explain how this job opportunity and company fit in with how you want to develop your skills and abilities. Relate them to past work experiences (or extra-curricular activities in school) that you loved and were good at.
"(Corporation A) is known for (cite company's strength). I've always wanted to work in that kind of setting. This (job) will help develop my skills in (abilities and talents)."
--------------------------------------------------------------------------------
NEVER badmouth your past boss. Nitpicking and backbiting will backfire and present you in a bad light. Instead, highlight what you've learned from your past company---then emphasize that, because you are looking for greater challenges, it's time to move on.
--------------------------------------------------------------------------------
Get an idea of the job responsibilities. Understand the pressures. Then say why you'd like to learn those responsibilities and face those pressures.
--------------------------------------------------------------------------------
For many managers, this is the make-it-or-break-it question. Make sure that you have a well-thought-out career path before going to the interview. It shows that you have focus and direction.
--------------------------------------------------------------------------------
Have a fair idea of what you're good at. Remember your training and past work experiences. Imagine how can use them to the fullest---and apply that to the demands of the company and job you're applying for.
--------------------------------------------------------------------------------
Admit that criticism hurts. But it can also be a good teacher. Give past instances where you've faced negative comments. And though bruised and smarting, you took a good look at them and improved yourself.
--------------------------------------------------------------------------------
Be honest: nobody's super-human. First, explain the kind of pressure that you're familiar with and can easily hurdle (e.g. deadlines). Then, admit the kind of stress-inducing situations that you have a hard time coping with (e.g. no creative atmosphere). But always end positively by giving examples on how you are improving these weak points.
--------------------------------------------------------------------------------
This is an offshoot of #2. The job interviewer appreciates honesty, not hot air. Take a good look at yourself. Where do you need to shape up: communication skills? business savviness? Social relations? In admitting your weaknesses, always end on the note that you are taking steps to beef them up (extra after-hour courses in school, membership in a civic club, etc.).
--------------------------------------------------------------------------------
This is the chance to show your unique edge. In a job interview, you're selling yourself, the combination of experiences, abilities, and character traits that make you up as a person. Think back on past experiences wherein you gave solutions that nobody else thought about. Or came up with brilliant, innovative ideas that spellbound everyone.
--------------------------------------------------------------------------------
The one correct answer to this is: "Because I will be an asset to your company."
Answer the first 9 questions right---and you won't have a hard time proving your worth when it comes to this part.
Credit Link: http://www.jobsdb.com.sg/SG/EN/v6HTML/Article/JS/133/133.htm
คุณต้องค้นหาคำตอบอย่าง หนักเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง ภูมิหลังของบริษัท หน้าที่รับผิดชอบของงาน จุดอ่อน/จุดแข็ง รวมถึงเป้าหมายในการทำงานของคุณ
#10: ทำไมคุณถึงสนใจสมัครตำแหน่งนี้ ในบริษัทนี้
คำตอบที่ใช้ไม่ได้: "เพราะว่าผมต้องการเงินและ/หรือประสบการณ์" เพราะนี้จะหมายความว่าคุณจะใช้บริษัทนี้เป็นเหมือนสถานีผ่านทางไปสู่สิ่งที่ ดีกว่า สิ่งที่ต้องจดจำ: ทุกบริษัทต้องการพนักงานที่ทำงานในบริษัทเป็นระยะเวลายาวนาน
คำตอบที่ดี: ก่อนอื่นต้องตรวจสอบตัวคุณเองก่อนว่าคุณค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและงาน ที่คุณสมัครเป็นอย่างดี อธิบายว่าคุณเหมาะสมกับตำแหน่งที่สมัครอย่างไร รวมถึงโอกาสของงานนี้จะช่วยคุณพัฒนาทักษะและความสามารถได้อย่างไร พูดถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาของคุณ (หรือกิจกรรมที่ทำเมื่อเรียน) ที่คุณรักและมีความเชี่ยวชาญ
"(บริษัท ก) เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในเรื่อง (จุดแข็งของบริษัท) ผมต้องการทำงานกับบริษัทที่มีการทำงานแบบนี้ (งาน) นี้จะช่วยพัฒนาทักษะของผมในส่วน (ความสามารถและความสามารถพิเศษอื่นๆ)"
#9: คุณลาออกจากตำแหน่งงานปัจจุบันด้วยสาเหตุใด และคุณประทับใจอะไรกับบริษัทล่าสุดที่คุณทำงาน
ห้ามพูดถึงเจ้านายคนเก่าของคุณในทางที่ไม่ดี การยุ่งในสิ่งที่ไม่ถูกเรื่องและการลอบกัดจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวคุณเอง ทำให้ภาพของคุณดูไม่ดี ในทางกลับกัน ให้เน้นถึงสิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากบริษัทก่อนหน้านี้ ให้เน้นว่าเพราะว่าคุณมองหาความท้าทายที่มากขึ้น และถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวคุณเองแล้ว
#8: สิ่งที่คุณคาดหวังจากตำแหน่งงานนี้ ให้คุณเข้าใจถึงหน้าที่รับผิดชอบของงานก่อน เข้าใจถึงแรงกดดันที่เกิดขึ้น แล้วตอบว่าคุณต้องการเรียนรู้ความรับผิดชอบเหล่านี้และอยากจะเผชิญหน้ากับคว ามกดดันทั้งหลายที่มี
#7: ในห้าปีข้างหน้า คุณมองภาพตัวคุณเองว่าเป็นอย่างไร
สำหรับผู้จัดการหลายราย คำถามนี้เป็นคำถามที่ท้าทายอย่างมากว่าคุณจะตอบให้ตัวเองได้เกิดหรือตายไปเล ย! โปรดตรวจสอบว่าคุณเห็นความก้าวหน้าในอาชีพการงานที่ดี ก่อนที่จะเข้าสัมภาษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคุณมีเป้าหมายที่คุณกำหนดไว้
#6: คุณคิดว่าคุณจะช่วยหน่วยงานนี้ได้ดีที่สุดที่จุดไหน
ให้คุณคิดให้ดีว่าคุณมีความเก่งในเรื่องใด จำไว้ว่าการอบรมและประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของคุณจะช่วยคุณได้ โดยคิดว่าจะนำประสบการณ์เหล่านั้นมาช่วยคุณให้มากที่สุดได้อย่างไร และนำไปใช้ให้ตรงกับความต้องการของบริษัท และกับงานที่คุณสมัครด้วย
#5: คุณจัดการกับคำวิจารณ์อย่างไร ทั้งจากเจ้านาย หรือจากเพื่อนร่วมงาน
จงยอมรับว่าคำวิจารณ์ล้วนทำให้เจ็บปวด แต่ก็เป็นครูที่ดีด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างที่ผ่านมาซึ่งคุณได้รับคำวิจารณ์ในทางลบ และแม้ว่าคุณจะเจ็บปวดกับคำวิจารณ์เหล่านั้น แต่คุณก็เผชิญหน้ากับมัน และนำคำวิจารณ์เหล่านั้นมาปรับปรุงตัวคุณเอง
#4: คุณจัดการกับความกดดันอย่างไร
ขอให้พูดตามตรง: ไม่มีใครเป็นคนวิเศษเลิศเลอ ข้อแรก ให้อธิบายประเภทของความกดดันที่คุณคุ้นเคยและสามารถจัดการกับมันได้โดยง่าย (เช่น กำหนดเวลาในการทำงาน) จากนั้นยอมรับว่าแรงกดดันประเภทนี้ทำให้คุณจัดการกับสถานการณ์ที่เลวร้ายได้ (เช่น คิดงานไม่ออกเพราะบรรยากาศในการทำงานไม่เอื้ออำนวย) แต่ให้พูดปิดประเด็นในแง่บวก โดยยกตัวอย่างวิธีการปรับปรุงจุดอ่อนเหล่านั้นของคุณ
#3: คุณคิดว่าคุณจะปรับปรุงตัวคุณเองได้อย่างไร ทั้งในแง่ของทักษะความสามารถ หรือ ในด้านอุปนิสัย
คำถามนี้แยกย่อยมาจากข้อ #2. ผู้สัมภาษณ์ต้องการความซื่อสัตย์ ไม่ใช่การโกหกพกลม มองตัวคุณเอง ดูว่าสิ่งไหนที่คุณต้องการปรับปรุง เป็นเรื่องทักษะด้านการสื่อสาร ความรอบรู้ หรือความสัมพันธ์กับผู้อื่นในสังคม ให้คุณยอมรับในเรื่องจุดอ่อนของตัวคุณเอง และพูดปิดประเด็นว่าคุณกำลังปรับปรุงตัวคุณเองให้ดีขึ้น (เข้าอบรมเพิ่มเติมในโรงเรียน การสมัครเป็นสมาชิกชมรถทั่วๆ ไป เป็นต้น)
#2: สิ่งที่คุณสามารถทุ่มเทให้กับบริษัท ที่ผู้อื่นไม่สามารถทำได้
คำถามนี้เปิดโอกาสให้คุณแสดงคุณสมบัติเด่นของคุณเอง ในการสัมภาษณ์งาน คุณต้องขายตัวคุณเอง นำประสบการณ์ ความสามารถ และอุปนิสัยของคุณมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้คุณ เป็นคนที่บริษัทต้องการ คิดย้อนกลับไปถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาที่ไม่มีใครจะนึกถึง หรือเมื่อคุณมีไอเดียอันบรรเจิดซึ่งทำให้ทุกคนหลงใหลได้ปลื้มมาแล้ว
#1: คำถามที่นิยมถามมากที่สุด คือ ทำไมบริษัทเราจึงต้องจ้างคุณ
คำตอบที่ถูกต้องหนึ่งคำตอบสำหรับคำถามนี้ คือ "ผมจะช่วยให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น"
ตอบคำถาม 9 ข้อแรกให้ดี และคุณจะไม่ต้องลำบากเมื่อถึงคำถามในข้อนี้ เพราะคุณได้พิสูจน์คุณค่าของตัวคุณเองไว้ใน 9 ข้อแรกแล้ว!!
จากหนังสือ "Pocket Hiring Guide on How To Hire the Right Person"
โดย : SaTaN
The Ten Toughest Questions You Face In A Job Interview
Based on JobsDB.com's "Pocket Hiring Guide on How To Hire the Right Person"
written by corporate trainer Dr. Denis L. Cauvier
First published in JobsDB.com (Philippines)
Wrong approach:
"Because I need the money and/or the experience."
This implies that you'll just use the company as a way-station before moving on to Bigger Things. Remember: the boss is looking for an employee who's looking at the long-term.
Right approach:
Make sure you've done your research about the company and the job you're applying for. Explain how this job opportunity and company fit in with how you want to develop your skills and abilities. Relate them to past work experiences (or extra-curricular activities in school) that you loved and were good at.
"(Corporation A) is known for (cite company's strength). I've always wanted to work in that kind of setting. This (job) will help develop my skills in (abilities and talents)."
--------------------------------------------------------------------------------
NEVER badmouth your past boss. Nitpicking and backbiting will backfire and present you in a bad light. Instead, highlight what you've learned from your past company---then emphasize that, because you are looking for greater challenges, it's time to move on.
--------------------------------------------------------------------------------
Get an idea of the job responsibilities. Understand the pressures. Then say why you'd like to learn those responsibilities and face those pressures.
--------------------------------------------------------------------------------
For many managers, this is the make-it-or-break-it question. Make sure that you have a well-thought-out career path before going to the interview. It shows that you have focus and direction.
--------------------------------------------------------------------------------
Have a fair idea of what you're good at. Remember your training and past work experiences. Imagine how can use them to the fullest---and apply that to the demands of the company and job you're applying for.
--------------------------------------------------------------------------------
Admit that criticism hurts. But it can also be a good teacher. Give past instances where you've faced negative comments. And though bruised and smarting, you took a good look at them and improved yourself.
--------------------------------------------------------------------------------
Be honest: nobody's super-human. First, explain the kind of pressure that you're familiar with and can easily hurdle (e.g. deadlines). Then, admit the kind of stress-inducing situations that you have a hard time coping with (e.g. no creative atmosphere). But always end positively by giving examples on how you are improving these weak points.
--------------------------------------------------------------------------------
This is an offshoot of #2. The job interviewer appreciates honesty, not hot air. Take a good look at yourself. Where do you need to shape up: communication skills? business savviness? Social relations? In admitting your weaknesses, always end on the note that you are taking steps to beef them up (extra after-hour courses in school, membership in a civic club, etc.).
--------------------------------------------------------------------------------
This is the chance to show your unique edge. In a job interview, you're selling yourself, the combination of experiences, abilities, and character traits that make you up as a person. Think back on past experiences wherein you gave solutions that nobody else thought about. Or came up with brilliant, innovative ideas that spellbound everyone.
--------------------------------------------------------------------------------
The one correct answer to this is: "Because I will be an asset to your company."
Answer the first 9 questions right---and you won't have a hard time proving your worth when it comes to this part.
Credit Link: http://www.jobsdb.com.sg/SG/EN/v6HTML/Article/JS/133/133.htm
Labels:
Sky Exits Team Working Content
ตอนนี้มีเครื่องมือจับโกหกแบบที่ใช้เสียงอยู่เจ้านึงก็คือ Truster
ตอนนี้มีเครื่องมือจับโกหกแบบที่ใช้เสียงอยู่เจ้านึงก็คือ Truster ซึ่งจะใช้เสียงเป็นการระบุว่าเราโกหกหรือว่าเราพูดจริงหรือว่าเรากลัว ตอนนี้เห็นเพีงแค่ Website คือ:
http://www.truster.com/
เครื่องนึงตกประมาณ $107.00 รวมค่าส่ง (อาจจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการ Negotiate ครับ) แต่ยังไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรมากนัก ผมจะหาข้อมูลมาเพื่มในวันรุ่งขึ้นครับ
WL
อีกเจ้าครับ 005,
เป็นอีกเจ้าหนึ่งของ Voice lie detector ซึ่งจะโชว์ออกมาเป็นผล Apple ซึ่ง Apple ร่อยหรอมากเท่าไหร่แสดงว่าคนพูดโกหกมากเท่านั้น สามารถดูได้ตาม Website นี้ได้เลยครับ:
http://www.pimall.com/nais/e.pse.html
สนนราคาอยู่ที่ $295.00 แต่ถ้า On sale ก็อยู่ที่ $195.00 ไม่รวมค่าส่ง ยังไม่รู้รายละเอียดมากเท่าที่ควร ถ้า 005 สนใจจะลองสืบหาจากข้อมูลภายในซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ทำได้ครับ
WL
http://www.truster.com/
เครื่องนึงตกประมาณ $107.00 รวมค่าส่ง (อาจจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการ Negotiate ครับ) แต่ยังไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรมากนัก ผมจะหาข้อมูลมาเพื่มในวันรุ่งขึ้นครับ
WL
อีกเจ้าครับ 005,
เป็นอีกเจ้าหนึ่งของ Voice lie detector ซึ่งจะโชว์ออกมาเป็นผล Apple ซึ่ง Apple ร่อยหรอมากเท่าไหร่แสดงว่าคนพูดโกหกมากเท่านั้น สามารถดูได้ตาม Website นี้ได้เลยครับ:
http://www.pimall.com/nais/e.pse.html
สนนราคาอยู่ที่ $295.00 แต่ถ้า On sale ก็อยู่ที่ $195.00 ไม่รวมค่าส่ง ยังไม่รู้รายละเอียดมากเท่าที่ควร ถ้า 005 สนใจจะลองสืบหาจากข้อมูลภายในซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ทำได้ครับ
WL
Labels:
Sky Exits Team Working Content
ขอประเมินการทำงานของตัวเองแยกเป็น Strength และ Weakness
หลังจากที่ได้เข้ามาใช้ชีวิตนาถ่บัน Sky Exits แห่งนี้เป็นระยะเวลาร่วม 1 ปี 6 เดือน 8 วัน ขอประเมินการทำงานของตัวเองแยกเป็น Strength และ Weakness ดังต่อไปนี้:
Strength:
1. การหา Reference ในส่วนของหนัง Hollywood และหนังใหญ่โดยทั่วไปได้ 80 % (จากเต็ม 100)
2. การหา Reference ใส่วนหนังโฆษณา 75% (จากเต็ม 100)
3. การตัด Casting 80% (จากเต็ม 100)
4. การใช้เครื่องมือในการตัดต่อ 70% (จากเต็ม 100 เนื่องจากยังต้องเรียนรู้ระบบเชื่อมสายในห้อง AVID ทั้ง 2 อยู่)
5. เป็นผู้ฟังและพร้อมที่จะเสนอแนะและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นทุกเวลา
6. ยินดีรับฟังปัญหาของทุกคนและช่วยเหลือแก้ไขได้เท่าที่จะทำ (ยกเว้นเรื่องเงิน)
7. Support team ในเรื่องของการหา Reference และข้อมูลต่างๆที่น่าสนใจ
8. แนะนำและสอนระบบการทำงานให้กับพนักงานใหม่และยินดีที่จะสอนและหาคำตอบในคำถามต่างๆที่พนักงานใหม่ถาม
9. ใจเย็น (บางครั้ง) และไม่โกรธใคร
10. ยินดีรับรับคำติเตียนว่ากล่าวโดยไม่มีการน้อยเนื้อต่ำใจ
11. รักในงานที่ทำและทำทุกอย่างเพื่อให้งานออกมาให้ดีที่สุด
12. กล้าที่จะรับงานในส่วนที่ไม่มีประสพการณ์ในการทำมาก่อน
Weakness:
1. ขาดความละเอียดรอบคอบในเรื่องของการทำงานและลายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆน้อยที่ไม่สมควรลืม (แต่กลับลืม)
2. ไม่ละเอียดรอบคอบและไม่ double check ในงานแต่ละครั้งทำให้ต้องทำงานซ้ำและเสียเวลา
3. ขาดความเด็ดขาดในการทำงาน
4. พร้อมที่จะรั่วและรวนตลอดเวลาที่ทุกสิ่งทุกอย่างฉุละหุเพราะสติสั้น
5. ขาดความเชื่อมั่นในการทำงานที่ไม่คุ้นเคย
6. ระบบการจัดการทำงานและบริหารของทีมงานบุคลากรยังไม่ดี
7. ระบบการบริหารเวลาของตัวเองยังไม่ลงตัว
8. การใช้ภาษาในการสื่อสารยังไม่ดี
9. ยังปรับตัวและวาง Position ตัวเองในสังคมไม่ถูก
10. ยังใช้ตัวเองไม่เป็น
11. การประสานงานและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ายังไม่ดีพอ
12. สมาธิสั้นและความจำสั้น
ข้อเสียยังมีอีกหลายอย่างแต่ไม่สามารถที่จะอธิบายเป็นภาษาเขียนได้เพราะการกลั่นกรองในเรื่องของภาษาไทยนั้นผมด้อยมากแต่สรุปคือปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงานของผมคือการไม่รอบคอบและขาดรายละเอียดปลีกย่อยที่สมควรทำแต่มองข้ามไป (เพราะไม่ถนัด) ครับ
ตอนสมัครงานผมได้กรอกใบสมัครไว้ว่าเคยเขียนหนังสือมา 1 เล่ม จนกระทั่งปัจจุบันนี้ยังไม่มีโอกาศได้ตีพิมพ์ แต่ตอนนี้ตั้งใจว่าจะขึ้น Block ให้สาธารณะชนได้อ่านเพราะไม่รู้ว่าจะตีพิมพ์เพื่ออะไรเพราะไม่คิดเอาเงินแล้ว แต่ผมอยากให้ 88 อ่านและจะรู้ว่าผมโรคจิตดีๆคนหนึ่งเหมือนกันครับ:
นี่คือครึ่งเดียวครับ เพราะทั้งหมดเกิน 200 กว่าหน้า อ่านเล่นๆง่ายภาษาบ้านๆไม่ซับซ้อน ถ้ามีเวลานะครับ
WLM ครับ
Strength:
1. การหา Reference ในส่วนของหนัง Hollywood และหนังใหญ่โดยทั่วไปได้ 80 % (จากเต็ม 100)
2. การหา Reference ใส่วนหนังโฆษณา 75% (จากเต็ม 100)
3. การตัด Casting 80% (จากเต็ม 100)
4. การใช้เครื่องมือในการตัดต่อ 70% (จากเต็ม 100 เนื่องจากยังต้องเรียนรู้ระบบเชื่อมสายในห้อง AVID ทั้ง 2 อยู่)
5. เป็นผู้ฟังและพร้อมที่จะเสนอแนะและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นทุกเวลา
6. ยินดีรับฟังปัญหาของทุกคนและช่วยเหลือแก้ไขได้เท่าที่จะทำ (ยกเว้นเรื่องเงิน)
7. Support team ในเรื่องของการหา Reference และข้อมูลต่างๆที่น่าสนใจ
8. แนะนำและสอนระบบการทำงานให้กับพนักงานใหม่และยินดีที่จะสอนและหาคำตอบในคำถามต่างๆที่พนักงานใหม่ถาม
9. ใจเย็น (บางครั้ง) และไม่โกรธใคร
10. ยินดีรับรับคำติเตียนว่ากล่าวโดยไม่มีการน้อยเนื้อต่ำใจ
11. รักในงานที่ทำและทำทุกอย่างเพื่อให้งานออกมาให้ดีที่สุด
12. กล้าที่จะรับงานในส่วนที่ไม่มีประสพการณ์ในการทำมาก่อน
Weakness:
1. ขาดความละเอียดรอบคอบในเรื่องของการทำงานและลายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆน้อยที่ไม่สมควรลืม (แต่กลับลืม)
2. ไม่ละเอียดรอบคอบและไม่ double check ในงานแต่ละครั้งทำให้ต้องทำงานซ้ำและเสียเวลา
3. ขาดความเด็ดขาดในการทำงาน
4. พร้อมที่จะรั่วและรวนตลอดเวลาที่ทุกสิ่งทุกอย่างฉุละหุเพราะสติสั้น
5. ขาดความเชื่อมั่นในการทำงานที่ไม่คุ้นเคย
6. ระบบการจัดการทำงานและบริหารของทีมงานบุคลากรยังไม่ดี
7. ระบบการบริหารเวลาของตัวเองยังไม่ลงตัว
8. การใช้ภาษาในการสื่อสารยังไม่ดี
9. ยังปรับตัวและวาง Position ตัวเองในสังคมไม่ถูก
10. ยังใช้ตัวเองไม่เป็น
11. การประสานงานและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ายังไม่ดีพอ
12. สมาธิสั้นและความจำสั้น
ข้อเสียยังมีอีกหลายอย่างแต่ไม่สามารถที่จะอธิบายเป็นภาษาเขียนได้เพราะการกลั่นกรองในเรื่องของภาษาไทยนั้นผมด้อยมากแต่สรุปคือปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงานของผมคือการไม่รอบคอบและขาดรายละเอียดปลีกย่อยที่สมควรทำแต่มองข้ามไป (เพราะไม่ถนัด) ครับ
ตอนสมัครงานผมได้กรอกใบสมัครไว้ว่าเคยเขียนหนังสือมา 1 เล่ม จนกระทั่งปัจจุบันนี้ยังไม่มีโอกาศได้ตีพิมพ์ แต่ตอนนี้ตั้งใจว่าจะขึ้น Block ให้สาธารณะชนได้อ่านเพราะไม่รู้ว่าจะตีพิมพ์เพื่ออะไรเพราะไม่คิดเอาเงินแล้ว แต่ผมอยากให้ 88 อ่านและจะรู้ว่าผมโรคจิตดีๆคนหนึ่งเหมือนกันครับ:
นี่คือครึ่งเดียวครับ เพราะทั้งหมดเกิน 200 กว่าหน้า อ่านเล่นๆง่ายภาษาบ้านๆไม่ซับซ้อน ถ้ามีเวลานะครับ
WLM ครับ
Labels:
Sky Exits Team Working Content
การยืมหนังจากห้อง VCD DVD
ถึง Team ครับ,
หลังจากที่ผมได้ตรวจแผ่นหนัง VCD ที่เป็น cartoon ต่างๆในห้อง Com 1 ทำให้ผมสังเกตุได้ว่าหนังของเราขาดและหาย ไปเยอะมาก ขอให้ผู้มีส่วนร่วมเกี่ยวของทุกแผนกช่วยเอามาคืนด้วย เพราะว่าหลังจากงาน DUMEX แล้วผมจะหาเวลาว่างปัดฝุ่นหนังทั้งหมดและจัด archive หรือระบบจัดหาใหม่โดยที่จะปรึกษา 88 ว่าจะทำอย่างไรในขั้นต่อไป เวลาในการจัดทำนั้นยังไม่แน่นอนเพราะหนังของเราเยอะมากจนไม่รู้ว่าจะเอาไว้ที่ไหนดี แต่ที่แน่ๆ ห้อง Com 1 หรือ Com 2 จะดีที่สุดครับ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
WL
PS: พึ่งขึ้นไปห้อง Post AF มาเห็นหนังที่วางอยู่ตั้งแต่ปีที่แล้วกองอยู่ เอากลับมาคืนด้วยโว้ย จาก WL พี่มึง
หลังจากที่ผมได้ตรวจแผ่นหนัง VCD ที่เป็น cartoon ต่างๆในห้อง Com 1 ทำให้ผมสังเกตุได้ว่าหนังของเราขาดและหาย ไปเยอะมาก ขอให้ผู้มีส่วนร่วมเกี่ยวของทุกแผนกช่วยเอามาคืนด้วย เพราะว่าหลังจากงาน DUMEX แล้วผมจะหาเวลาว่างปัดฝุ่นหนังทั้งหมดและจัด archive หรือระบบจัดหาใหม่โดยที่จะปรึกษา 88 ว่าจะทำอย่างไรในขั้นต่อไป เวลาในการจัดทำนั้นยังไม่แน่นอนเพราะหนังของเราเยอะมากจนไม่รู้ว่าจะเอาไว้ที่ไหนดี แต่ที่แน่ๆ ห้อง Com 1 หรือ Com 2 จะดีที่สุดครับ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
WL
PS: พึ่งขึ้นไปห้อง Post AF มาเห็นหนังที่วางอยู่ตั้งแต่ปีที่แล้วกองอยู่ เอากลับมาคืนด้วยโว้ย จาก WL พี่มึง
Labels:
Sky Exits Team Working Content
แนวทางแก้ปัญหาในการทำงานของแผนกกล้อง
แนวทางแก้ปัญหาในการทำงานของแผนกกล้องขั้นเบื้องต้น
1.เริ่มจากการตั้ง สติ สมาธิ ให้ดีก่อนทำงานทั้งทีม
2.ทำความเข้าใจ เรื่องราวของหนังที่จะถ่ายอย่างละเอียด
3.เริ่มงานหน้ากอง จากจุดถ่ายทำตรงไหน ตั้งจุดผู้กำกับตรงไหน
มอนิเตอร์ ตั้งสี ตั้งเฟรม เท่ากันทั้งหมด
4.ทำเวลาในการเปลี่ยนเลนส์ โหลดฟิล์ม ย้ายกล้อง ย้ายกองให้น้อยลง(ว่างทำการซ้อม)
5.พูดคุยสื่อสารประสานงานกับผู้ที่จะสั่งงานอย่างมีสมาธิ มีทีมกล้อง 1 คนคอยทำหน้าที่
*5 ข้อเร่งด่วนของแผนกกล้องข้างต้นนี้ เริ่มปฏิบัติ วันจันทร์เป็นต้นไป
ส่วนแนวทางต่อไปจะเริ่มปฏิบัติจาก 5 ข้อ นี้ให้ดีก่อน
CAMERA DEPART
1.เริ่มจากการตั้ง สติ สมาธิ ให้ดีก่อนทำงานทั้งทีม
2.ทำความเข้าใจ เรื่องราวของหนังที่จะถ่ายอย่างละเอียด
3.เริ่มงานหน้ากอง จากจุดถ่ายทำตรงไหน ตั้งจุดผู้กำกับตรงไหน
มอนิเตอร์ ตั้งสี ตั้งเฟรม เท่ากันทั้งหมด
4.ทำเวลาในการเปลี่ยนเลนส์ โหลดฟิล์ม ย้ายกล้อง ย้ายกองให้น้อยลง(ว่างทำการซ้อม)
5.พูดคุยสื่อสารประสานงานกับผู้ที่จะสั่งงานอย่างมีสมาธิ มีทีมกล้อง 1 คนคอยทำหน้าที่
*5 ข้อเร่งด่วนของแผนกกล้องข้างต้นนี้ เริ่มปฏิบัติ วันจันทร์เป็นต้นไป
ส่วนแนวทางต่อไปจะเริ่มปฏิบัติจาก 5 ข้อ นี้ให้ดีก่อน
CAMERA DEPART
Labels:
Sky Exits Team Working Content
คอมพิวเตอร์เวลาที่มันปิดเครื่องไปแล้วหรือว่าเจ้าของเครื่องกลับไปแล้ว
พี่ๆทั้งหลาย คอมพิวเตอร์เวลาที่มันปิดเครื่องไปแล้วหรือว่าเจ้าของเครื่องกลับไปแล้ว
จะมาเปิดเครื่องใช้.... ใช้ได้ ...ไม่ได้ว่าไร เต็มที่เพราะว่ามันไม่ใช่ของส่วนตัว
แต่ตอนใช้เสร็จแล้ว รบกวนกรุณาช่วยปิดเครื่องให้ด้วยนะคะ
ยามเค้าเดินตรวจทั้งวันทั้งคืน...
เห็นหลายครั้งแล้วที่ตอนเช้ามาเห็นเครื่องเปิดอยู่ ทั้งๆที่ตอนกลับก็ปิดเครื่องไปแล้ว (ยืนดูจนจอดับมืดดดด...ดด.ด...สนิท)
...แปลกใจจริงๆ งงจังเลย...(นึกถึงเพลงจอนนี่ อัลวา)
Guess? Who is That GirL/Man…?!
จะมาเปิดเครื่องใช้.... ใช้ได้ ...ไม่ได้ว่าไร เต็มที่เพราะว่ามันไม่ใช่ของส่วนตัว
แต่ตอนใช้เสร็จแล้ว รบกวนกรุณาช่วยปิดเครื่องให้ด้วยนะคะ
ยามเค้าเดินตรวจทั้งวันทั้งคืน...
เห็นหลายครั้งแล้วที่ตอนเช้ามาเห็นเครื่องเปิดอยู่ ทั้งๆที่ตอนกลับก็ปิดเครื่องไปแล้ว (ยืนดูจนจอดับมืดดดด...ดด.ด...สนิท)
...แปลกใจจริงๆ งงจังเลย...(นึกถึงเพลงจอนนี่ อัลวา)
Guess? Who is That GirL/Man…?!
Labels:
Sky Exits Team Working Content
Subscribe to:
Posts (Atom)




















